โรงเรียนวัดสวนขัน

หมู่ที่ 1 บ้านสวนขัน ตำบลสวนขัน อำเภอช้างกลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช 80250

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

089 9723929

โรคหลอดเลือดหัวใจ อาการและข้อควรระวัง สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรค

โรคหลอดเลือดหัวใจ

โรคหลอดเลือดหัวใจ ผู้ป่วยจะมีความรู้สึกกดขี่ และหายใจไม่ออก รู้สึกแน่นหน้าอกของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ประเภทกล้ามเนื้อหัวใจตาย ชนิดภาวะหัวใจล้มเหลว โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด อาจทำให้เกิดการเสียชีวิตอย่างกะทันหัน ซึ่งพบมากที่สุดคือ อาการปวดเค้นหัวใจ และที่ร้ายแรงที่สุดคือ กล้ามเนื้อหัวใจตายและเสียชีวิตอย่างกะทันหัน

อาการกดหน้าอก หายใจไม่ออก และปวดแสบปวดร้อนรุนแรง โดยทั่วไปจะปวดประมาณ 1 ถึง 5 นาที และบางครั้งนานถึง 15 นาที ซึ่งสามารถบรรเทาได้เอง อาการปวดมักแผ่ไปที่ไหล่ซ้าย และด้านหน้าด้านใน ข้างซ้ายของแขนถึงนิ้วก้อยและนิ้วนาง อาการเกิดขึ้นเมื่อภาระของหัวใจเพิ่มขึ้นเช่น การออกกำลังกายเพิ่มขึ้น การกระตุ้นทางจิตมากเกินไป

และจะหายไปหลังจากพักสักครู่ หรือไนโตรกลีเซอรีนใต้ลิ้น เมื่อความเจ็บปวดเกิดขึ้นก็จะตามมาด้วย อาการของลมชัก เหงื่อออก หายใจถี่ วิตกกังวล ใจสั่น คลื่นไส้ หรือเวียนศีรษะ กล้ามเนื้อหัวใจตายเป็นอาการสำคัญของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ มักเกิดจากโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันบ่อย

นอกจากนี้ ยังมีกรณีของกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน โดยไม่มีประวัติเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ สถานการณ์แบบนี้อันตรายที่สุด มักทำให้เสียชีวิตอย่างกะทันหัน เนื่องจากขาดการป้องกันที่ดี เป็นลมหมดสติ และไอด้วยอาการของโรคหลอดเลือดหัวใจ หัวใจเต้นผิดจังหวะ อัตราการเต้นของหัวใจเร็วเกินไป ช้าเกินไป ภาวะหัวใจหยุดเต้น สามารถลดการเต้นของหัวใจได้

เนื่องจากสมองไวต่อภาวะขาดออกซิเจนมาก ปริมาณเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ผู้ที่มีอาการวิงเวียนศีรษะอาจรู้สึกวิงเวียน ผู้ที่มีอาการรุนแรง อาจมีอาการวิงเวียนศีรษะหรือถึงกับเป็นลม ไอมีเสมหะ เมื่อโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน เนื่อง จากการอุดตันของปอด อาจมีอาการไอและเสมหะ ปริมาณเสมหะโดยทั่วไปมีไม่มาก และเสมหะอาจมีอยู่ในกรณีที่รุนแรง

ผู้ป่วยบางรายถูกค้นพบ หลังจากเสียชีวิตอย่างกะทันหัน และพบกล้ามเนื้อหัวใจตาย ในระหว่างการตรวจร่างกายตามปกติ ผู้ป่วยบางรายมีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ เนื่องจากขาดเลือดในคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หรือพบโดยการตรวจหลอดเลือดหัวใจเนื่องจากการทดสอบการออกกำลังกาย

อาการจุกเสียดกำเริบ หรือปวดบีบตัว อาการเจ็บหน้าอก การกระตุ้นโดยกิจกรรมทางกาย ความปั่นป่วนทางอารมณ์ ความเจ็บปวดอย่างกะทันหันในบริเวณหัวใจ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาการจุกเสียด หรือความเจ็บปวดจากการบีบ อาจเป็นความรู้สึกซึมเศร้า ความเจ็บปวดเริ่มจากด้านหลังกระดูกสันอก หรือหัวใจส่วนหน้า และแผ่ขึ้นไปที่ไหล่ซ้าย แขนหรือแม้แต่นิ้วก้อยและนิ้วนาง

การพักผ่อนหรือรับประทานไนโตรกลีเซอรีน สามารถบรรเทาได้ ส่วนที่เจ็บหน้าอกกระจายไป อาจเกี่ยวข้องกับคอ กราม ฟัน หน้าท้องเป็นต้น อาการเจ็บหน้าอกอาจเกิดขึ้น ในสภาวะที่สงบหรือในเวลากลางคืน ซึ่งเกิดจากการหดเกร็งของหลอ ดเลือดหัวใจ หรือที่เรียกว่า หัวใจขาดเลือด หากลักษณะของอาการเจ็บหน้าอกเปลี่ยนแปลงไปเช่น อาการเจ็บหน้าอกที่เกิดขึ้นในระยะหลังๆ นี้

ระดับความเจ็บปวดจะค่อยๆ ลดลง แม้แต่การออกกำลังกายเพียงเล็กน้อย หรือความปั่นป่วนทางอารมณ์ก็อาจเกิดขึ้นได้ ในขณะพักผ่อนหรือนอนหลับ โรคหลอดเลือดหัวใจควรกินอาหารที่มีวิตามินอีมากขึ้น อาหารที่มีวิตามินอีมากกว่าเช่น โยเกิร์ต ไข่ขาว ปลา และอาหารไขมันต่ำที่มีโปรตีนสูง หมูไม่ติดมัน เนื้อวัวเป็นต้น

จากการศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้แสดงให้เห็นว่า น้ำมันระเหยที่มีอยู่ในหัวหอมและกระเทียม สามารถป้องกันๅ”โรคหลอดเลือดหัวใจ”ได้ และควรได้รับอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ยังมีอาหารบางชนิดที่มีฤทธิ์ลดไขมัน ซึ่งสามารถเลือกเป็นอาหารเสริมได้ เช่นเห็ดสด กระเทียม คื่นฉ่าย มะเขือม่วง เมล็ดวอลนัท สาหร่าย และพืชตระกูลถั่ว

การกินพืชตระกูลถั่วสำหรับโรคหลอดเลือดหัวใจ อาหารประเภทถั่ว โดยเฉพาะถั่วเหลือง มีกรดไลโนเลอิกจำนวนมาก ซึ่งสามารถลดคอเลสเตอรอล และความหนืดของเลือดได้ แช่ถั่วเหลืองแล้วตากให้แห้ง และแช่แข็งในถุงพลาสติก สามา รถปรุงอาหารต่างๆ ได้ตลอดเวลาเช่น ถั่วต้ม ถั่วทอด และซุปถั่ว นอกจากนี้ ถั่วงอก เต้าหู้ และผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง สามารถปกป้องหัวใจได้

ข้อควรระวังโรคหลอดเลือดหัวใจ หลีกเลี่ยงอารมณ์แปรปรวน การแพทย์เชื่อว่า หัวใจควบคุมเลือด หากอารมณ์ดีจะไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ ความตื่นตระหนกที่ทำร้ายไต อาจทำให้เลือดชะงักงันหรือสูญเสียไป ดังนั้น ผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจควรใส่ใจในการรักษาความมั่นคงทางอารมณ์ และไม่ตื่นเต้นมากเกินไป เพื่อไม่ให้โรคหัวใจเกิดขึ้นซ้ำ

 

บทความอื่นที่น่าสนใจ   ➠ เกลื้อน ข้อควรระวังสำหรับอาหารและการรักษาอาการคัน